แอบง่วง แต่ไม่กินกาแฟ
เพราะอยากจะหลับง่ายๆ
พรุ่งนี้ไปโบสถ์ จะได้นอนไว (ราวๆตีสาม)
ที่ง่วงมันมีสาเหตุ เมื่อเช้าสระผมเช้า
กว่าจะได้นอนเกือบแปดโมง
ดูรายการทีวีด้วยแหละ เค้ามีพวกสินค้า OTOP
เห็นแล้วนั่งสนใจดู (ทึ่งเค้าน่ะ *-*)
อีกอย่างคือ แม่หันมาเห็นว่ากระโปรงตัวใหม่ของลาเวนเดอร์ตลกมาก
คงเพราะไม่ได้รีด แม่ก็เลยจับรีดให้ซะเลย
แถมอนุเคราะห์ Petticoat กระดาษให้อีกตัว 555
คือกระโปรงตัวนี้มันต้องบานแบบๆอ่ะ จะให้พองก็ลำบากน๊อ
ผ้ามันไม่พอ (น้อยไป) แต่เป็นผ้าที่หนา ก็เลยดูเทอะทะยังไงก็ไม่รู้
ส่วนชุดเรนัวร์ที่ต้นช่วยหาแบบก็คิดว่าจะทำนะ
เพราะใส่บู๊ทของวนิลาได้อ่ะ ที่ยังไม่มีคือเสื้อคลุมนั่นล่ะ
คนเรา...จะทำอะไรมันต้องให้ดูใกล้เคียงหน่อยใช่ป่ะ
อย่างน้อยก็มีผ้าสีฟ้าบ้าง ..นี่ไม่มีเลย -.-
แล้วจากที่เข้านอนเกือบแปดโมง พอเกือบๆบ่ายโมงพ่อก็ไปปลุก
ไม่ใช่ฉันไม่รู้โปรแกรมนี้นะ เพียงแต่มันก็ต้องอึดๆสู้ๆกันไปล่ะ
ตื่นตั้งแต่ตอนนั้น แม้ว่าน้องจะไม่ค่อยตื่นมา
แต่เค้าก็ตื่นมาทานข้าว (ถ้าฉันลงมานอนข้างน้องเหมือนพ่อบอก
ฉันคงไม่มีความสดชื่นพอจะดูแลน้องจริงๆ)
แล้วก็จัดๆบ้าน ตากผ้า ล้างจาน พับผ้า ล้างมุ้งลวด
ตอนเย็นๆน้ามาเรียกที่หลังบ้านถามหาเลื่อย น้าเขยเอาไปเลื่อยกิ่งมะม่วงทิ้ง
กว่าฉันจะออกไปเก็บผ้าน้าก็ทำเสร็จกันหมดแล้ว
เห็นมีกล้วยไม้มามัดติดที่ต้นมะม่วงสองกระถาง
(อยู่ในกะละมะพร้าวเรียกกระถางได้ม๊ะ?)
กับต้นวาสนาหน้าบ้านอีกสองต้น
น่ารักดีนะ ถ้าตอนมันออกดอกบาน คงยิ่งงาม -0-
อ่อ ตอนบ่ายที่พับผ้าไปโทรหาเหมือนฝันไป
เค้าโทรมาก่อน เลยใช้เบอร์บ้าน(ซึ่งยังโทรฟรีจนเดือนกันยาฯ)โทรกลับ
น้องได้ของแล้ว ..สบายใจไปกลัวจะหายเพราะชื่อที่จ่าหน้าซองนี่ล่ะ
ส่วนตอนหัวค่ำ แตงแวะมาหา เอารูปจากกล้องมือถือมาให้
ส่งกันด้วย Bluetooth เสียตรงที่ฉันดันเอาลงคอมพ์ตัวเองไม่ได้
-..- แบบนี้ต้องรอวันที่คอมพ์เป็นใจ
(วันไหนเป็นใจก็ยอมให้ต่อได้อ่ะ..เอากะเค้าสิ)
ยังไม่ดึก มีนทักถามว่ามีเรื่องเครียดอะไรป่าว
มีนถามตอนพี่หายเครียดแล้ว จริงๆทุกคนมันก็มีเรื่องให้เครียดทั้งนั้นแหละ
แล้วแต่ว่า ปัญหามันจะผ่านเข้ามาตอนไหน เวลาไหน สถานการณ์ยังไง
ฉันมักรู้สึกว่าตัวเองสงบ เวลาที่คนอื่นเกิดปัญหา ..เข้าใจไหมว่า
เรามักไม่อะไรมากตอนคนอื่นนอย แต่ถ้าเราเจอเราจะแทบคลั่ง
นั่นมันแปลว่า เราไม่ได้ควบคุมสติอารมณ์ของเราเลย เพี้ยนไปง่ายๆ
เราก็กลายเป็นทาสของอารมณ์อีกสิแบบนี้ T^T
ฉันพยายามที่จะไม่พูดแง่ลบ(ถ้ามีความคิดแง่ลบ)
ไม่เขียนมันออกมาเพราะย้อนอ่านแล้วยิ่งแย่
คือถ้ามันเป็นอะไรที่ สักพักมันก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว.. เงียบไว้ก็ดีนะ
บางทีเราก็คิดว่าเงินแก้ปัญหาทุกอย่าง
แต่ความจริงถ้าเราคิดแบบนั้นเราก็กลายเป็นทาสของมันซะมากกว่า
เอาเป็นว่า ถ้าเราพูดว่าอะไรดี อะไรไม่ดี ได้..พูดจากพระคัมภีร์ได้
ชีวิตเราก็ต้องเรียนรู้ที่จะเป็นเหมือนสิ่งที่เราพูดให้ได้